092-275-5090
English
ไทย

ปวดเท้า

ปวดเท้า

โรคพังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ หรือโรครองช้ำ

โรคพังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ หรือโรครองช้ำเป็นสาเหตุหนึ่งที่พบบ่อยในอาการปวดบริเวณส้นเท้า โดยพังผืดใต้ฝ่าเท้ามีลักษณะเป็นเนื้อเยื่อหนาเชื่อมต่อจากส้นเท้าไปยังบริเวณกระดูกนิ้วเท้าแต่ละนิ้ว พังผืดนี้ทำหน้าที่ดูดซับแรงกระแทกและช่วยพยุงอุ้งเท้าในจังหวะการเดินของเรา หากพังผืดใต้ฝ่าเท้ามีความตึงตัวมาก จะส่งผลให้เกิดการอักเสบ จนทำให้เกิดการฉีกขาดและอาการปวดตามมา อาการเหล่านี้อาจทำให้จำกัดการเคลื่อนไหวของเท้า

โรคพังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ มักจะมีอาการปวดเมื่อลงน้ำหนักที่ฝ่าเท้าตอนก้าวแรกหลังจากตื่นนอนตอนเช้า อาการปวดนี้จะทุเลาลงเมื่อเดินไปสักระยะหนึ่ง แล้วจะกลับมาปวดอีกเมื่อยืนต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน หรือตอนลุกขึ้นยืน ทั้งนี้อาจมีอาการปวดมากขึ้นหลังการออกกำลังกายแต่ระหว่างการออกกำลังกายแทบจะไม่พบอาการปวด โดยทั่วไปมักจะพบปัญหาเพียงเท้าข้างใดข้างหนึ่ง แต่บางครั้งก็สามารถพบได้ทั้งสองข้างเช่นกัน

พังผืดใต้ฝ่าเท้ามักเสื่อมสภาพไปตามแต่ละกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน กิจกรรมที่มีแรงกดทับมากเกินไปที่บริเวณฝ่าเท้า ทำให้พังผืดถูกทำลายหรือเกิดการฉีกขาดได้ ส่งผลให้การทำกิจวัตรประจำวันเป็นไปด้วยความยากลำบาก และเจ็บปวด ยกตัวอย่างง่ายๆเช่นการเดินขึ้น-ลงบันได

การสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อน่อง ให้มีความแข็งแรงที่ดี ปรับเปลี่ยนการใช้งานของร่างกายให้ถูกต้องและเหมาะสม เพียงคุณเข้ามาที่BPC เราพร้อมเป็นที่ปรึกษาและวางแผนแนวทางรักษาที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพเท้าของคุณ

กิจกรรมหรือการกระทำต่อไปนี้คือต้นเหตุหลักที่ทำให้เกิดการอักเสบพังผืดใต้ฝ่าเท้า
วิ่ง
นักบัลเล่ต์
งานที่ต้องยืนนาน
เดิน
เต้น
น้ำหนักเกิน

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวด

  • การวิ่ง เป็นกีฬาที่สร้างแรงกระแทกบริเวณส้นเท้าและกล้ามเนื้อบริเวณรอบๆ ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการอักเสบฉีกขาดบริเวณพังผืดใต้ฝ่าเท้าได้
  • การเต้นบัลเล่ต์ และการเต้นแอโรบิค เป็นกิจกรรมที่สร้างแรงกระแทกบริเวณฝ่าเท้าและส้นเท้าเป็นอย่างมาก ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการอักเสบบริเวณพังผืดใต้ฝ่าเท้าได้
  • น้ำหนักเกินมาตรฐาน ทำให้เกิดแรงกดที่มากขึ้นต่อพังผืดใต้ฝ่าเท้า ก่อให้เกิดการอักเสบบริเวณพังผืดใต้ฝ่าเท้า และเป็นโรครองช้ำได้ในที่สุด
  • ระยะการตั้งครรภ์ช่วงใกล้คลอด โดยปกติแล้วคุณแม่มักมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นและมีแรงกดมากขึ้น ซึ่งแรงกดนี้ส่งผลให้เกิดพังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ
  • การเลือกรองเท้าที่ไม่เหมาะสม การสวมรองเท้าคู่เก่า รองเท้าส้นสูง แผ่นพื้นรองเท้าบางเกินไปส่งผลต่อความตึงตัวของพังผืดใต้ฝ่าเท้า
  • ลักษณะของฝ่าเท้า อาทิเช่น ปัญหาเท้าแบน อุ้งเท้าที่สูงผิดปกติ หรือแม้แต่การเดินที่มากไป จะส่งผลต่อการกระจายนำ้หนักขณะที่ยืนทำให้พังผืดใต้ฝ่าเท้าเกิดการตึงตัว
  • การยืนเป็นเวลานานๆ บนพื้นแข็ง ๆ เช่น ผู้ที่ประกอบอาชีพเป็นครู พนักงานขาย พนักงานร้านอาหาร หรือผู้จัดการธนาคาร เป็นต้น
  • ขาดการยืดกล้ามเนื้อก่อนการออกกำลังกาย กล้ามเนื้อน่องจะเกิดการตึง แข็งซึ่งนำไปสู่การเกิดอาการตึงบริเวณพังผืดใต้ฝ่าเท้าได้

เส้นทางสู่การฟื้นฟู
แนวทางการรักษา “4 Step Process” นั้นได้ถูกคิดค้นขึ้นมาจากทีมนักกายภาพบำบัดเฉพาะทางของ BPC เพื่อที่จะช่วยให้คนไข้ได้รับการรักษาและฟื้นฟูได้อย่างมีมาตราฐานสูงสุด

Road To Recovery
REDUCE เจ็บ

ขั้นตอนแรกของการรักษาคือการทำให้อาการปวดที่ส่งผลต่อการทำงานลดลงและหายไป โดยเราจะใช้เครื่องมือที่ทันสมัยอันได้แก่ เครื่องอัลตราซาวด์ เครื่องเลเซอร์กำลังสูงและเครื่องให้การรักษาด้วยคลื่นกระแทก ในการช่วยการลดปวดที่ประสบปัญหาอยู่

RELAX กล้าม

ต่อมาการให้การรักษาโดยนักกายภาพ คือ การใช้ manual technique ในบริเวณกล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อต่างๆที่มีปัญหา เพื่อเป็นการผ่อนคลายส่งผลทำให้การเคลื่อนไหวของร่างกายบริเวณที่มีปัญหาดีขึ้น

RANGE ขึ้น

จากนั้นเมื่อกล้ามเนื้อเกิดความยืดหยุ่นและการผ่อนคลายดีขึ้นแล้ว นักกายภาพจะใช้เทคนิคการรักษาเพื่อคงระยะการเคลื่อนไหวของบริเวณดังกล่าวให้อยู่ในภาวะสมดุล และส่งเสริมกำลังกล้ามเนื้อในบริเวณนั้นให้แข็งแรงพร้อมการใช้งานต่อไป

RECOVERY

ท้ายที่สุดเพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างสมบูรณ์ นักกายภาพบำบัดจะออกแบบ การออกกำลังกายและปรับท่าทางที่เหมาะสมตามแต่ละบุคคลเพื่อเป็นการยืนยันว่าอาการปวดดังกล่าวจะไม่กลับมาอีก และพร้อมที่จะกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติและดีขึ้นกว่าเดิม

ให้เราดูแลคุณ

ไม่ว่าคุณจะมีอาการบาดเจ็บหรือต้องการมีสุขภาพที่ดีขึ้น
เรามี สถานที่ ที่ดีที่สุด ในการช่วยเหลือคุณ