092-275-5090
English
ไทย

รักษาอาการบาดเจ็บที่คอเรื้อรัง

รักษาอาการบาดเจ็บที่คอเรื้อรัง

อาการปวดต้นคอบ่าไหล่คืออะไร

โครงสร้างบริเวณคอประกอบไปด้วยกระดูกสันหลังที่เชื่อมจากกะโหลกศีรษะไปยังบริเวณกึ่งกลางของส่วนหลัง ซึ่งอยู่ระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละชิ้น มีหมอนรองกระดูกทำหน้าที่ช่วยรองรับแรงกระแทก ส่วนกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นที่เชื่อมบริเวณกระดูกมีหน้าที่ ช่วยในการเคลื่อนไหวทิศทางต่างๆ เมื่อกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ได้รับการบาดเจ็บจะส่งผลให้เกิดอาการปวดต้นคอ ร่วมกับการจำกัดการเคลื่อนไหวบริเวณคอบ่า

อาการปวดต้นคอบ่ามักจะไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะบริเวณคอบ่าเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการปวดบริเวณต่างๆ ของร่างกายร่วมด้วย โดยเฉพาะ ไหล่ แขน หน้าอก โดยมักจะมีอาการร่วมกับอาการปวดร้าวขึ้นศีรษะ รวมถึงอาการปวดร้าวบริเวณคอบ่าเนื่องจากการบาดเจ็บของเส้นประสาทอาจส่งผลให้เกิดอาการปวดตั้งแต่ศีรษะไปจนถึงขาได้

อาการปวดคอบ่ามักมีผลรบกวนต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการนอนหลับหรือการทำงาน เราแนะนำให้คนไข้มารับการตรวจวินิจฉัย เพื่อค้นหาสาเหตุของอาการปวดที่ BPC เพื่อที่นักกายภาพจะได้วางแผนการรักษาอาการปวดคอบ่าไหล่เฉพาะบุคคล เพื่อลดอาการเจ็บปวดและเพิ่มความแข็งแรง ยืดกล้ามเนื้อ และปรับท่าทางของคนไข้ให้ถูกต้อง เพื่อให้อาการปวดของคุณดีขึ้น

กิจกรรมหรือการกระทำที่เป็นต้นเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการปวดคอ
นอนหลับไม่สนิท
เกิดการชนกัน
การคุยโทรศัพท์
เล่นคอมพิวเตอร์
กีฬาที่มีการกระแทกรุนแรง
ท่าทางที่ไม่เหมาะสม

สาเหตุของการเกิดอาการปวด

  • การปฏิบัติท่าทางที่ไม่เหมาะสม (Poor posture) หากทำเป็นประจำหรือเป็นเวลานาน อาจจะต้องเข้ารับการรักษาอาการปวดคอด้วยกายภาพบำบัด
    • นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน โดยมีท่าทางที่ไม่ถูกต้องเช่น ศีรษะยื่นไปข้างหน้า ไหล่งุ้ม
    • โต๊ะทำงานที่ไม่เหมาะสม
    • การใช้โทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์งาน หรือคุยโทรศัพท์ในลักษณะหนีบโทรศัพท์ไว้ที่หูกับบ่า
    • การนั่งขับรถเป็นเวลานาน
    • ท่านอนที่ไม่ถูกต้อง
    • ถือกระเป๋าหรือสะพายกระเป๋าหนัก
  • การบาดเจ็บจากการกระแทก (Whiplash) – การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อต้นคอที่มีการกระแทกที่ตัวเรา ทำให้คอและศีรษะเกิดแรงสะบัดเคลื่อนไปด้านหลัง และสะบัดกลับมาข้างหน้าอย่างรวดเร็วทำให้กล้ามเนื้อบริเวณคอได้รับบาดเจ็บ ส่งผลให้เกิดอาการปวดและจำกัดการเคลื่อนไหวของคอ มักเกิดจากอุบัติเหตุรถยนต์ ควรเข้ารับการรักษาอาการปวดท้ายทอยโดยเร็วที่สุด
  • การเล่นกีฬา – กีฬาที่มีการปะทะสามารถทำให้เกิดการบาดเจ็บจนทำให้มีอาการปวดต้นคอบ่าได้ เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล มวยปล้ำ รวมถึงกีฬาที่ไม่มีการปะทะก็สามารถทำให้เกิดการบาดเจ็บได้เช่นกัน เช่น การดำน้ำ
  • การทำงานซ้ำๆ (Repetitive motion) – การขยับใช้งานในท่าทางเดิมซ้ำไปซ้ำมาไม่ว่าจะมาจากการทำงาน การว่ายน้ำ การเต้นรำล้วนส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บบริเวณคอบ่าได้ หากมีอาการปวดต้นคอเรื้อรังควรเข้ารับการรักษาอาการปวดคอบ่าไหล่ หรือปรึกษานักกายภาพบำบัด เพื่อหาแนวทางการรักษาร่วมกัน
  • การเสื่อมของกระดูกคอ (Cervical osteoarthritis) – เมื่ออายุมากขึ้นมักมีการเสื่อมของข้อต่อเกิดขึ้น ส่งผลให้เกิดการเสียดสีบริเวณที่มีความเสื่อมเกิดเป็นหินปูนขึ้น ทำให้ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวและมีอาการปวดต้นคอ
  • การกดทับของเส้นประสาท การเสื่อมของกระดูก รวมถึงการเกิดหมอนรองกระดูกคอปลิ้น ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการกดทับของเส้นประสาทบริเวณคอ และมักจะมีอาการชา หรืออ่อนแรงเกิดขึ้นได้
  • การสูบบุหรี่ ส่งผลให้เกิดความเสื่อมของหมอนรองกระดูกเกิดได้เร็วขึ้น ทำให้การเกิดการปวด ชาเกิดได้ง่ายขึ้น

อาการปวดต้นคอแบบต่างๆ ที่ BPC ช่วยรักษาให้หายขาดได้

  • การจำกัดการเคลื่อนไหวของคอ (Stiff neck) ไม่สามารถเคลื่อนไหวศีรษะได้โดยอิสระ โดยเฉพาะเมื่อหมุนศีรษะ มักมีอาการเจ็บหรือปวดร่วมด้วย
  • การปวดแบบแหลม (sharp pain) อาการปวดต้นคอที่มีลักษณะเหมือนถูกเข็มแทง มักจะเกิดบริเวณคอช่วงล่าง
  • อาการปวดทั่วไป มักจะปวดบริเวณรอบๆคอ ไม่มีอาการปวดแบบแหลม
  • อาการปวดที่เกิดจากรากประสาทถูกกดทับ (Radicular pain)
  • เกิดจากการเคลื่อนไหวคอทำให้เกิดการกดทับรากประสาท และมีอาการปวดตามรากประสาท ปวดร้าวไปยังบริเวณไหล่และแขน ผู้ป่วยมักจะมีความรู้สึกปวดลักษณะแสบร้อน (burning sensation) มักส่งผลกระทบต่อรีเฟล็กซ์ การรับความรู้สึก รวมไปถึงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
  • อาการปวดหัว ที่มีสาเหตุมาจากอาการปวดตึงของกล้ามเนื้อต้นคอ จึงต้องเข้ารักษาอาการปวดคอ ซึ่งเป็นสาเหตุที่แท้จริง

ระยะของอาการปวด

  • ปวดแบบฉับพลัน (Acute) อาการปวดน้อยกว่า 4 สัปดาห์
  • ปวดแบบกึ่งฉับพลัน (Subacute) อาการปวดอยู่ในช่วง 4-12 สัปดาห์
  • ปวดแบบเรื้อรัง (Chronic) อาการปวดเป็นมากกว่า 12 สัปดาห์

อาการปวดต้นคอที่มีอย่างต่อเนื่อง หรือยังคงเกิดขึ้นในระยะเวลาหลายเดือน มักก่อให้เกิดความเสื่อมของกระดูกสันหลังส่วนคอตามมา เรียกว่า Cervical spondylosis เมื่อกระดูกสันหลังส่วนคอมีความเสื่อมมากขึ้นเรื่อยๆ มักทำให้โพรงบริเวณกระดูกสันหลังส่วนคอตีบแคบ (Central canal stenosis) ทำให้เกิดการกดทับของเส้นประสาท ส่งผลให้เกิดอาการปวด ชาไปบริเวณแขน หรืออ่อนแรงขึ้นได้ ควรรีบเข้ารับการรักษาอาการปวดคอก่อนที่อาการจะลุกลาม

BPC’s 4 step process was established by our team of expert physiotherapists to best guide you through a successful recovery while empowering patients to take charge of their health through our personalized exercise program.

Road To Recovery
REDUCE Pain

RELAX Muscle

RANGE Increase

RECOVERY

Let Us Treat You

Whether you’re sick or in good health,
we have the best place to assist you.