092-275-5090
English
ไทย

รับรอง

รับรอง

ศิริวรรณ ยอดศิรจินดา
ปวดไหล่ขวามากค่ะ จากการนั่งทำงานหน้าคอมยาวนานและต่อเนื่องมาหลายปีค่ะ ความปวดทำให้เราทำงานไม่ได้เลยค่ะ แค่จับเมาส์ก็รู้สึกปวดจนทนไม่ไหว เราเลยมาพบแพทย์กายภาพบำบัด คุณหมอเช็คร่างกาย บอกว่า กล้ามเนื้อไหล่ขวามีการเกร็งตัวมากค่ะ และ ข้อศอกขวาก็เส้นเอ็นอักเสบจากการใช้เมาส์ค่ะ เราไม่อยากฉีดสเตียรอยค่ะ คุณหมอเลยแนะนำว่าให้ทำกายภาพ ทั้งการใช้เครื่องมือกายภาพและให้น้องๆช่วยยืดกล้ามเนื้อexerciseค่ะ

ทีแรกก็กังวลว่าอาการปวดจะไม่หายค่ะ ได้ทีมน้องนักกายภาพมาดูแลให้ค่ะ เราใช้เครื่องมือทางกายภายหลายอย่างค่ะ ใช้ shockwave คลายกล้ามเนื้อ , high power laser เพื่อลดความปวด และ การทำexerciseยืดกล้ามเนื้อตามจุดต่างๆที่กล้ามเนื้อมีการเกร็งตัวที่ก้อนค่ะ น้องๆดูแลดีมาก เอาใจใส่ทั้งก่อนทำและหลังทำว่าอาการเป็นอย่างไรบ้าง เพือให้การทำแต่ละครั้งตรงจุดที่เราปวดค่ะ ทำให้เรารู้สึกมั่นใจมากๆว่า ถ้าเราทำต่อเนื่องตามที่น้องๆแนะนำอาการเราจะดีขึ้นค่ะ

และอาการก็ดีขึ้นจริงๆค่ะ อย่างเป็นลำดับ จากปวดมาก กลายเป็นเริ่มปวดน้อย และหายปวดค่ะ ตอนนี้กลับมาทำงานได้ตามปกติละคะ ทั้งนี้น้องๆยังแนะนำท่ายืดต่างๆในเราทำระหว่างวัน และท่านั่งทำงานที่ถูกต้อง เพื่อให้เราไม่กลับไปปวดอีกค่ะ น้องๆ ยังชวนคุยเรื่องต่างๆ ทำให้การมาทำกายภาพในแต่ละครั้งสนุกและไม่น่าเบื่อเลยค่ะ

นาย เอกพงศ์ พันธุ์สุวรรณนาคี
ผมได้รับการทำกายภาพกับนักกายภาพบำบัดที่ชื่อคุณบุ๋ม

จากตอนแรกผมไม่สามารถยกแขนได้เลยเพราะกล้ามเนื้อมีการอักเสบอย่างมาก

จนตอนนี้กล้ามเนื้อแขนของผมมีอาการดีขึ้นมากและคุณบุ๋มเป็นส่วนหนึ่งของการหายจากอาการบาดเจ็บเหล่านี้ คุณบุ๋มเป็นคนเฟรนลี่, เข้าใจในความรู้สึกของคนไข้, และในขณะที่เธอรักษาคุณบุ๋มทำการรักษาได้อย่างเต็มที่ทำให้อาการของผมดีขึ้นมากๆ และคุณบุ๋มยังสอนท่าออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

ที่สำคัญคุณบุ๋มมาตรงเวลาทุกครั้งที่ทำการนัดหมายเลย

นาย พลวัต ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา
เริ่มทำกายภาพครั้งแรก

จากการเป็น office syndromเวลารับการรักษาแต่ละครั้งนักกายภาพก็จะมีคนเดิม บ้างคนใหม่บ้าง ซึ่งไม่มีการต่อเนื่องในการรักษา

พอได้มารักษากับคุณบุ๋มครั้งแรก สังเกตุได้ว่าคุณบุ๋มศึกษาประวัติจากการรักษาที่เป็นในครั้งก่อน และรวมถึงคำสั่งแพทย์โดยละเอียด และจึงเริ่มทำการรักษาจากนั้นมาได้ทำการนัดหมายคุณบุ๋มเพื่อให้ช่วยทำการรักษาเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่ได้รับมาคืออาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและไม่เพียงแค่การรักษาคุณบุ๋มยังให้คำแนะนำในการยืดกล้ามเนื้อท่าต่างๆ เพื่อเป็นการบริหารเองเพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นซ้ำ ทุกวันนี้ไม่ต้องพบแพทย์หรือทำกายภาพจากอาการoffice syndrome อีกแล้วครับ

โดยส่วนตัวเคยประสบอุบัติเหตุศอกหลุดและเอ็นหัวเข่าฉีกจากการเล่นกีฬา ก็ได้คุณบุ๋มที่ช่วยกายภาพให้จนกับมาเล่นกีฬาได้ตามปกติอีกครั้งครับ

คุณ เดือนเพ็ญ ปาลสาร
ปวดหลังจากออฟฟิศซินโดรมมานานหลายปี บวกกับการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา หมอกระดูกจะให้ผ่าตัด แต่ไม่อยากผ่าตัด เลยลองไปพบแพทย์กายภาพบำบัด คุณหมอเช็คร่างกายแล้วบอกว่า กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นมีการบาดเจ็บหลายที่ และมันเกี่ยวเนื่องกัยไปหมด ต้องทำกายภาพทั้งตัวแบบบูรณาการ

ได้น้องๆมาดูแลทำกายภาพให้ น้องเก่งและแม่นจุดมากค่ะ เอาใจใส่ จำคนไข้ได้หมดเลยว่าคนไหนมีการการยังไง จุดเจ็บอยู่ที่ไหน ร่างการก็ค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกมั่นใจในตัวน้องมาก จน request fix เลยว่าต้องให้น้องมาดูแลเคสเราทุกครั้งตามกำหนดที่เราต้องมาทำกายภาพ

รู้สึกได้เลยว่าอาการเจ็บลดลงอย่างเห็นได้ชัด ความทรมานในการนั่งทำงานลดลงไปเรื่อยจนหายไป

นอกจากทำกายภาพให้แล้ว น้องยังสอนท่านั่งหรือท่าทางในชีวิตประจำวันให้เรา เพื่อที่เราจะไม่ได้กลับมาเจ็บซ้ำอีกรวมทั้งท่าบริการร่างกายง่ายๆ ให้ทำและย้ำว่าอย่านั่งนานเกินไป ให้ลุกขึ้นมาเปลี่ยนอิริยาบทบ่อยๆ และมีท่ายืดร่างกายง่ายๆ ให้ทำระหว่างนั้นด้วย

ที่สำคัญ น้องๆมีบริการ talk therapy ด้วย อธิบายโน่นนี่ ให้เข้าใจ และยังชวนคุย ให้เรารู้สึกไม่เบื่อกับการที่ต้องมาทำกายภาพซ้ำๆเดิมๆ ทำให้การมาทำกายภาพจากกิจกรรมที่ดูน่าเบื่อเป็นกิจกรรมสนุกสนานเหมือนไปออกกำลังกายกับเพื่อนค่ะ

มัณฑนา ศรีกล่ำ
ด้วยลักษณะงานที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอม เป็นเวลานานๆทำให้มีอาการปวดคอบ่าไหล่ทุกวัน บางวันมีปวดศีรษะและอาเจียนร่วมด้วย อาการปวดเรื้อรังจนกระทบชีวิตประจำวัน ทำให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หลังจากได้มาทำกายภาพที่นี่ รุ้สึกประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอกับ น้องนักกายภาพ น้องมีความเป็นกันเอง ให้คำปรึกษาเหมือนพี่น้องคุยกัน น้องเข้าใจถึงความทรมานที่เราต้องเจอทุกวันๆ การบริการที่เป็นกันเองทำให้เรารุ้สึกผ่อนคลาย และไม่เครียด

น้องอธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้ปวดเรื้อรัง เนื่องจากร่างกายมีการเคลื่อนไหวน้อย ใช้กล้ามเนื้ออย่างหนักเป็นเวลานานๆ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ไม่เพียงพอทำให้กลับมาเป็นซ้ำๆ

น้องให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์หลายๆอย่าง เช่น เครื่องมือที่ใช้เพื่อลดอาการเจ็บปวด ซึ่งคนไข้แต่ละคนอาจจะใช้เครื่องมือรักษาที่ไม่เหมือนกัน

แนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น เปลี่ยนท่านั่ง ท่านอน ท่าเดิน รวมถึงการปรับเปลี่ยนโต๊ะ เก้าอี้ที่ทำงาน และให้ออกกำลังกาย เพื่อเสริมสร้างความ แข็งแรงของกล้ามเนื้อ

นอกจากนี้ยังสอนให้ฝึกยืดกล้ามเนื้อด้วยตัวเองเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ และที่สำคัญให้ลดความเครียดซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งเสริมอาการปวดเหล่านี้ไม่หายค่ะ

จากตอนแรกที่คิดว่าไม่หายแน่ๆ จากโรคนี้ แต่หลังจากได้รับการรักษาโดยการทำกายภาพ ควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ตอนนี้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติแล้วนะคะ

อยากแนะนำให้ทุกคนมาลองใช้บริการกันค่ะ