อาการปวดเข่าสามารถส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก ทำให้การเคลื่อนไหวร่างกายเป็นไปอย่างยากลำบากและทำให้รู้สึกไม่สะดวกสบาย อาการปวดหัวเข่าอาจเกิดขึ้นได้หลายบริเวณทั้งปวดเข่าด้านหน้า ปวดเข่าด้านใน ปวดหัวเข่าข้างขวา ปวดเข่าข้างซ้าย
สาเหตุที่ทำให้มีอาการปวดเข่า
การทำความเข้าใจถึงสาเหตุของอาการปวดเข่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยนำไปสู่วิธีการรักษาได้อย่างถูกต้องและตรงจุด เราจะช่วยให้คุณเข้าใจถึงสาเหตุและวิธีการรักษาอย่างเหมาะสม ซึ่งสาเหตุที่ทำให้มีอาการอาจแบ่งเป็นอาจแบ่งได้ 2 ประเภท ได้แก่
อุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บขณะเล่นกีฬา
เหตุการณ์ที่ทำให้เกิดการกระทบกระเทือนซึ่งอาจส่งผลให้กระดูกหัก ข้อเคลื่อน เส้นเอ็นไขว้หน้าฉีก ปวดเอ็นหลังเข่า หมอนรองกระดูกข้อเข่าฉีกขาด กล้ามเนื้อเข่าอักเสบ เจ็บเข่าด้านใน หรือเกิดอาการเจ็บเข่าด้านข้างเฉียบพลัน
โรคหรืออาการที่เกิดจากความเสื่อมจากการใช้งานมาอย่างต่อเนื่อง
โรคหรืออาการที่สะสมมาเป็นระยะเวลานาน เช่น โรคข้อเข่าเสื่อมซึ่งเกิดได้ทั้งกับผู้ที่มีอายุมากที่ทำให้อวัยวะไม่สามารถทำงานได้ดีนัก หรือผู้ที่มีอายุน้อยแต่มีภาวะน้ำหนักเกินทำให้ข้อเข่าต้องรับน้ำหนักมากเกินไปจนข้อเข่าอักเสบหรือปวดกระดูกหัวเข่า
ปั่นจักรยาน
ยกของหนัก
ขาดการออกกำลังกาย
บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา
มีการกระแทกที่แรง
น้ำหนักเกิน
วิธีแก้อาการปวดเข่า
อาการเจ็บหัวเข่าหรือเจ็บเอ็นหลังเข่าในเบื้องต้นอาจสามารถรักษาให้หายได้ด้วยตัวเอง ด้วยการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อซึ่งจะช่วยรักษาเอ็นเข่าอักเสบได้ หรือการลดน้ำหนักตัวเพื่อช่วยให้ข้อเข่าไม่ต้องรับน้ำหนักตัวมากเกินไป นอกจากนี้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตไม่ว่าจะเป็นการนั่งหรือการยืนในท่าที่เหมาะสมก็เป็นอีกวิธีที่จะช่วยรักษาอาการข้อเข่าเสื่อมได้
อาการปวดหัวเข่าแบบไหนที่ต้องพบแพทย์
อย่างไรก็ตามในผู้ป่วยบางรายอาจมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดังกล่าวแล้วแต่ก็ยังมีอาการปวดข้อเข่าต่อเนื่องอยู่ แล้วหากยังมีอาการเหล่านี้อยู่ก็ควรเข้ารับการรักษาอาการปวดเข่าหรือทำกายภาพบําบัดข้อเข่าเสื่อมจากแพทย์เฉพาะทาง
- เกิดอาการเจ็บปวดรุนแรงจนทนไม่ได้ต้องได้รับการประเมินโดยด่วน
- มีอาการตัวร้อนและมีไข้ร่วมด้วย
- มีอาการเข่าบวมอักเสบ แดง หรือรู้สึกอุ่นร้อนบริเวณหัวเข่า
- รู้สึกว่าเข่าไม่สามารถรับน้ำหนักได้บ่งบอกถึงอาการบาดเจ็บที่เส้นเอ็นไขว้หน้าหรือหมอนรองกระดูกข้อเข่า
- รู้สึกเหมือนเข่าล็อค ไม่สามารถงอหรือยืดเหยียดได้สุด
- มีอาการปวดเข่าเรื้อรังเป็นระยะเวลานานควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ขั้นตอนการกายภาพบำบัดเข่า
การทำกายภาพบำบัดเข่าเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการอยู่ในระยะแรกและระยะกลาง สามารถรักษาเข่าเสื่อมโดยไม่ต้องผ่าตัด ช่วยลดความเจ็บปวด ชะลอและรักษาอาการข้อเข่าเสื่อม เพิ่มความแข็งแรง ช่วยในการเคลื่อนไหวร่างกาย ทำให้เดิน ยืน หรือใช้บันไดได้ง่ายขึ้น โดยมีทั้งการทำกายภาพเอ็นเข่าอักเสบ กายภาพข้อเข่าเสื่อม กายภาพเพื่อแก้ข้อเข่าเสื่อมและกายภาพเข่าติด การทำกายภาพเข่าเพื่อรักษาอาการมักจะต้องทำ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์อย่างต่อเนื่องหลายสัปดาห์
- ขั้นตอนในการรับการรักษาโดยกายภาพบําบัดหัวเข่ามีขั้นตอนดังนี้
- เริ่มต้นด้วยการประเมินอาการเบื้องต้นเพื่อหาสาเหตุ ทดสอบร่างกายบริเวณที่บาดเจ็บ
- หลังจากการประเมิน นักกายภาพบำบัดจะวางแผนในการรักษากายภาพแก้ปวดเข่าตามอาการเฉพาะของแต่ละบุคคล
- รักษาอาการบาดเจ็บและฟื้นฟูร่างกายโดยอาจมีการใช้เครื่องมือช่วย เช่น เครื่อง High Power Laser และ Ultrasound ร่วมกับโปรแกรมกายภาพปวดเข่า
- สำหรับผู้เข้ารับการกายภาพบำบัดเอ็นหัวเข่าอักเสบหรือกายภาพหลังผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าเข่าบางราย อาจจะต้องกลับบ้านไปออกกำลังกายด้วยท่ากายภาพหัวเข่าตามที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ
- ติดตามประเมินความคืบหน้าของการทำกายภาพบําบัดหัวเข่าจนกว่าอาการจะหายดี
ผู้ที่ผ่าตัดหัวเข่าต้องทำกายภาพบำบัดหรือไม่
สำหรับผู้ที่เคยเข้ารับการรักษาเพื่อแก้เข่าเสื่อมด้วยวิธีผ่าตัดก็ควรเข้ารับการรักษาด้วยการทำกายภาพบําบัดหลังผ่าตัดข้อเข่าหรือทำกายภาพหลังผ่าเอ็นไขว้หน้า จึงจะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นฟูร่างกายหลังจากผ่าตัดหัวเข่าให้กลับมาใช้งานปกติได้ในเร็ววัน การทำกายภาพหลังผ่าตัดเข่าหรือกายภาพบำบัดเข่าเสื่อม ควรได้รับการดูแลและคำแนะนำในการรักษาข้อเข่าเสื่อมจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างเหมาะสมตามอาการและสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล สามารถติดต่อ BPC เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับการทำกายภาพเข่าหลังผ่าตัดได้
BPC นอกจากจะเป็นศูนย์กายภาพบำบัดเข่าแล้ว ยังให้บริการรักษาอาการปวดเท้าและข้อเท้า เราให้บริการทำกายภาพบำบัดที่ได้มาตรฐานโดยผู้เชี่ยวชาญที่สามารถประเมินและรักษาอาการได้อย่างตรงจุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการปวดเข่า
อาการปวดเข่า ในวัยรุ่นเกิดจากอะไร
วัยรุ่นก็สามารถปวดเข่าได้ โดยมักพบอาการปวดเข่ามากในผู้ที่ชอบเล่นกีฬา ผู้ที่ยกของหนักและใช้งานข้อเข่าเป็นเวลานาน บางรายอาจเกิดจากอุบัติเหตุ ที่ทำให้ข้อเคลื่อน เอ็นขาดและหมอนรองกระดูกแตก เป็นต้น
เจ็บหัวเข่าเป็นโรคอะไรได้บ้าง
เจ็บหัวเข่าอาจเป็นอาการของโรคต่างๆ เช่น ข้อเข่าอัมพาต, อาการเส้นเอ็นหัวเข่าแตกหรือเสื่อมสภาพ, การอักเสบของเนื้อเยื่อรอบข้อเข่า หรืออาจเกิดจากอาการอื่นที่เกี่ยวข้องกับระบบข้อต่อในเข่า
ปวดเข่าแบบไหนอันตราย
ปวดเข่าที่มีอาการรุนแรงและเกิดจากการบาดเจ็บหรืออัมพาตอาจเป็นอันตรายได้ หากมีอาการปวดที่จำกัดการเคลื่อนไหวหรือไม่สามารถขยับขาได้ เจ็บเพิ่มขึ้นหรือาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการบวมแดงร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาเพิ่มเติม
ปวดเข่าหายเองได้ไหม
ปวดเข่าเล็กน้อยอาจหายเองได้ หากได้รับการรักษาและบริหารข้อเข่าอย่างเหมาะสม แต่ถ้าอาการปวดไม่ดีขึ้นหรือมีอาการรุนแรงขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและรับการรักษา
โรคข้อเข่าเสื่อมมีโอกาสหายไหม
โรคข้อเข่าเสื่อมเป็นโรคที่ไม่สามารถหายขาดได้แบบสมบูรณ์ แต่ควรได้รับการรักษาและควบคุมอาการหรือลดความเจ็บปวดเพื่อไม่ให้โรคเข่าเสื่อมก้าวไปสู่ระยะที่รุนแรงขึ้น
ข้อเข่าเสื่อมห้ามทำอะไร
ข้อเข่าเสื่อมควรงดกิจกรรมที่มีการกดทับ หลีกเลี่ยงการนั่งพับเพียบ นั่งยองกับพื้น กิจกรรมที่มีการกระแทกของเข่าอย่างรุนแรง เช่น การกระโดด การวิ่ง
เอ็นเข่าอักเสบ รักษาอย่างไร
การรักษาอาจมีการใช้ยารักษาอาการปวดและการลดอาการอักเสบ การกายภาพบำบัดเอ็นเข่าอักเสบ การใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน เช่น เทปพยุงกล้ามเนื้อ แผ่นรองเท้าพื้นผิวนุ่ม และบางกรณีอาจจำเป็นต้องรับการรักษาเสริมด้วยการฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่า หรือการผ่าตัด
ปวดหัวเข่าออกกำลังกายแบบไหนดี
ผู้มีอาการปวดหัวเข่า ควรเลือกออกกำลังกายที่ไม่กระทบกระเทือนข้อเข่ามาก แนะนำให้ออกกำลังกายด้วยการเดินเร็วที่เหมาะสม คือสามารถพูดได้โดยไม่หอบขณะที่เดิน ใช้เวลาเดินประมาณ 15-20 นาที แต่หากมีลู่วิ่งเดินก็ยิ่งดี เพราะจะช่วยลดแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้การเลือกรองเท้าที่มีส่วนในการ support จะช่วยลดแรงกระแทกไปที่ข้อเข่าได้
ทำอย่างไรให้หัวเข่าแข็งแรง
ควรฝึกเพิ่มความเร็วหรือเพิ่มกำลังของเข่าด้วยการกระโดดขึ้นลง หรือเดินลงบันได รักษาสุขภาพให้ดี ด้วยการดื่มน้ำให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พยายามรักษาน้ำหนักตัวให้เหมาะสมเพื่อลดการรับน้ำหนักของหัวเข่า
4 ขั้นตอนการบำบัดของ BPC ที่กำหนดขึ้นโดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัด เพื่อนำคุณไปสู่การฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์แบบและส่งเสริมให้ผู้ป่วยรับผิดชอบสุขภาพของตัวเองผ่านโปรแกรมการออกกำลังกายที่กำหนดขึ้นแบบเฉพาะสำหรับแต่ละบุคคล
ขั้นตอนแรกของการรักษา คือการลดอาการปวดแบบทันที เราจะใช้เครื่องมือที่ทันสมัย เช่น เครื่องอัลตราซาวด์ เครื่องเลเซอร์ และเครื่อง shockwave เพื่อลดความไม่สบายตัวและอาการปวดกล้ามเนื้อ นี่จะช่วยให้ร่างกายของคุณผ่อนคลาย และกลับไปใช้งานได้อย่างสมบูรณ์อีกครั้ง
เราใช้การรักษาแบบ “หัตถการ” หรือ การบำบัดด้วยมือ โดยนักบำบัดของเราจะใช้มือวิธีนวดมือกับผู้ป่วยเพื่อช่วยผ่อนคลายข้อต่อ บรรเทาอาการเจ็บปวดของเนื้อเยื่ออ่อนและคลายเส้นประสาท ทำให้เคลื่อนไหวได้ดีขึ้นและผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ยึดตึง คุณจะสามารถเคลื่อนไหวได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน
เมื่อกล้ามเนื้อของคุณผ่อนคลายแล้ว นักบำบัดของเราจะทำการเพิ่มขอบเขตการเคลื่อนไหวให้คุณ เพื่อให้ข้อต่อหรือกล้ามเนื้อที่ไม่เจ็บแล้วสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ หลังจากทำการบำบัดในขั้นตอนนี้ร่วมกับนักบำบัดของเรา คุณจะเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น เร็วขึ้น และยังได้รับเทคนิคการเคลื่อนไหวเพื่อป้องกันการบาดเจ็บในอนาคตเพิ่มเติม อีกทั้งเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น คุณจะต้องเข้าสู่ขั้นตอนของการฟื้นฟูร่างกายด้วยการออกกำลังกายที่ถูกต้อง
เพื่อให้ขั้นตอนการรักษาสมบูรณ์ พวกเราได้สร้างแผนการรักษาในรูปแบบที่ถูกต้องและการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับคุณ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าความเจ็บปวดและการอักเสบจะไม่กลับมาอีก ซึ่งจะทำให้คุณมีสุขภาพที่แข็งแรงและมีความสุขมากขึ้นทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ อีกทั้งยังได้ใช้เวลามากขึ้นกับคนที่คุณรักอีกด้วย