Office Syndrome ไม่หายสักที เพราะอะไร

Office Syndrome ไม่หายสักที เพราะอะไร
Table of contents

หลายคนที่เผชิญกับอาการออฟฟิศซินโดรม คงเคยตั้งคำถามว่า “ทำไมรักษาแล้วไม่หายขาด” บางทีเคยนวดแล้ว ดีขึ้นอยู่พักหนึ่ง แต่ไม่นานอาการปวดคอ บ่า ไหล่ หรือปวดหลังก็กลับมาอีก ความจริงแล้ว Office Syndrome ไม่ได้เกิดจากการนั่งทำงานเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลสะสมจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน การใช้งานร่างกายซ้ำ ๆ และความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อ หากแก้ไขเพียงปลายเหตุ อาการก็มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้เสมอ 

Office Syndrome คืออะไร และทำไมคนทำงานถึงเป็นกันเยอะ

แม้คำว่า Office Syndrome จะถูกพูดถึงกันอย่างแพร่หลายในกลุ่มคนทำงาน แต่หลายคนอาจยังไม่เข้าใจว่าภาวะนี้เกิดขึ้นจากอะไร และเหตุใดจึงพบได้บ่อยในยุคที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ดิจิทัลเป็นเวลานาน การทำความเข้าใจสาเหตุและลักษณะของอาการจะช่วยให้สามารถป้องกันและดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น

Office Syndrome เกิดขึ้นได้อย่างไร

อาการออฟฟิศซินโดรม เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อและข้อต่อในท่าเดิมซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน โดยเฉพาะการนั่งหน้าคอมพิวเตอร์หลายชั่วโมงติดต่อกัน ทำให้กล้ามเนื้อบางส่วนทำงานหนักเกินไป ขณะที่บางส่วนกลับไม่ได้ใช้งาน ส่งผลให้เกิดความตึงตัว ปวดเมื่อย และการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ

อาการที่พบได้บ่อยในคนทำงานออฟฟิศ

  • ปวดคอและบ่า
  • ปวดไหล่
  • ปวดหลังส่วนบนและหลังส่วนล่าง
  • ปวดศีรษะจากกล้ามเนื้อตึง
  • อาการชาหรือปวดร้าวลงแขน
  • รู้สึกเมื่อยล้าตลอดวัน


อาการเหล่านี้อาจเริ่มจากเล็กน้อย แต่หากปล่อยไว้นานอาจกลายเป็นปัญหาเรื้อรังได้

พฤติกรรมการทำงานยุคใหม่ที่เพิ่มความเสี่ยง

ปัจจุบันหลายคนใช้เวลาหน้าจอมากกว่าที่เคย ทั้งการทำงานแบบ Work From Home การใช้ Laptop บนโต๊ะอาหาร หรือการก้มดูโทรศัพท์เป็นเวลานาน ล้วนเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการออฟฟิศซินโดรมได้มากขึ้น

ทำไม Office Syndrome ถึงกลับมาเป็นซ้ำ

แม้หลายคนจะเคยเข้ารับการรักษาหรือหาวิธีบรรเทาอาการมาแล้ว แต่อาการปวดคอ บ่า ไหล่ หรือหลังจาก Office Syndrome ก็ยังกลับมาเกิดซ้ำได้อยู่เสมอ สาเหตุสำคัญมักไม่ได้เกิดจากการรักษาที่ไม่ได้ผล แต่เกิดจากปัจจัยต้นเหตุที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม ทั้งพฤติกรรมการทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน และความไม่สมดุลของร่างกายที่สะสมมาเป็นเวลานาน

รักษาแค่อาการ แต่ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ

หลายคนเลือกนวดเพื่อบรรเทาอาการปวด ซึ่งช่วยให้รู้สึกสบายขึ้นในระยะสั้น แต่หากต้นเหตุของปัญหายังคงอยู่ อาการก็มีโอกาสกลับมาได้อีก การรักษาอาการออฟฟิศซินโดรมที่ได้ผลจึงควรมองถึงสาเหตุของความผิดปกติ ไม่ใช่เพียงลดความปวดชั่วคราว

พฤติกรรมเดิมๆ ที่ยังกระตุ้นอาการทุกวัน

แม้จะเคยรักษาแล้ว แต่หากยังนั่งหลังค่อม ก้มคอใช้มือถือ หรือนั่งทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมงโดยไม่ลุกเปลี่ยนอิริยาบถ กล้ามเนื้อก็ยังคงถูกใช้งานผิดรูปแบบและเกิดการอักเสบซ้ำได้

กล้ามเนื้ออ่อนแรงและร่างกายไม่สมดุล

อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญคือกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscle) อ่อนแรง รวมถึงความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อรอบคอ ไหล่ และหลัง ส่งผลให้ร่างกายรับแรงได้ไม่ดี ทำให้อาการปวดกลับมาได้ง่ายแม้ทำกิจกรรมเพียงเล็กน้อย

พฤติกรรมที่อาจทำให้อาการแย่ลงโดยไม่รู้ตัว

นั่งทำงานต่อเนื่องนานเกินไป

การอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานานทำให้เลือดไหลเวียนลดลง กล้ามเนื้อเกิดความตึงสะสม และเพิ่มแรงกดต่อกระดูกสันหลัง ส่งผลให้อาการปวดรุนแรงขึ้นได้

โต๊ะ เก้าอี้ หรือจอคอมไม่เหมาะกับสรีระ

การจัด Workstation ที่ไม่เหมาะสม เช่น จอคอมต่ำเกินไป เก้าอี้ไม่รองรับหลัง หรือโต๊ะสูงเกินไป อาจทำให้เกิดแรงกดสะสมบริเวณคอ บ่า และหลัง จนนำไปสู่ปัญหาเรื้อรัง

ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ

ความเครียดทำให้ร่างกายเกิดการเกร็งกล้ามเนื้อโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะบริเวณคอและไหล่ เมื่อรวมกับการพักผ่อนไม่เพียงพอ จะยิ่งทำให้อาการปวดฟื้นตัวได้ยากขึ้น

วิธีป้องกันไม่ให้ Office Syndrome กลับมาอีก

ปรับท่านั่งและ Workstation ให้เหมาะสม

  • ปรับจอคอมให้อยู่ระดับสายตา
  • วางเท้าราบกับพื้น
  • ใช้เก้าอี้ที่รองรับส่วนโค้งของหลัง
  • วางแขนให้ผ่อนคลายขณะพิมพ์งาน


การจัดสภาพแวดล้อมการทำงานที่เหมาะสมเป็นหนึ่งในวิธี แก้ปัญหาออฟฟิศซินโดรม ที่ได้ผลที่สุด

ยืดเหยียดและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การยืดกล้ามเนื้อคอ บ่า หลัง และการเสริมสร้าง Core Muscle จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงและลดความเสี่ยงของการกลับมาเป็นซ้ำได้อย่างมาก

สร้าง Routine ระหว่างวันให้ร่างกายได้ขยับ

ลองตั้งเตือนให้ลุกเดินทุก 45-60 นาที พักสายตาจากหน้าจอ และเปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ วิธีง่าย ๆ เหล่านี้ช่วยลดความตึงสะสมของกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อไหร่ควรพบผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัด

อาการไม่ดีขึ้นแม้พักหรือปรับพฤติกรรมแล้ว

หากลองปรับพฤติกรรมแล้วแต่อาการยังไม่ดีขึ้น อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายมีปัญหาที่ต้องได้รับการประเมินอย่างละเอียดโดยคลินิกกายภาพบำบัด

ปวดจนกระทบการทำงานหรือชีวิตประจำวัน

หากเริ่มมีอาการปวดจนทำงานไม่ได้ ปวดหัวเรื้อรัง หรือมีอาการชาร้าวลงแขน ควรรีบเข้ารับการรักษาเพื่อป้องกันไม่ให้อาการลุกลาม

กายภาพบำบัดช่วยแก้ต้นเหตุได้อย่างไร

การบําบัดออฟฟิศซินโดรมด้วยกายภาพบำบัดจะเริ่มจากการประเมินท่าทางการเคลื่อนไหว (Posture Assessment) วิเคราะห์สาเหตุของอาการ และวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล โดยอาจใช้เทคนิค Manual Therapy ร่วมกับโปรแกรมออกกำลังกายเฉพาะทาง เพื่อแก้โรคออฟฟิศซินโดรม ที่ต้นเหตุและลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ


หากคุณกำลังมองหาวิธีรักษาโรคออฟฟิศซินโดรมอย่างตรงจุด สามารถติดต่อเราหรือเข้ารับการประเมินที่คลินิกกายภาพบำบัด BPC

FAQs

Office Syndrome สามารถเป็นเรื้อรังได้ไหม?

ได้ หากปล่อยให้อาการเกิดขึ้นซ้ำๆ โดยไม่ได้แก้ไขที่ต้นเหตุ กล้ามเนื้อและข้อต่ออาจเกิดการอักเสบเรื้อรัง ส่งผลให้มีอาการปวดต่อเนื่องและกลับมาเป็นซ้ำได้ง่าย

ควรเน้นการยืดเหยียดกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ หลัง และออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว รวมถึงกิจกรรมที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น เช่น โยคะ พิลาทิส หรือการเดินอย่างสม่ำเสมอ

มีโอกาสมากขึ้น เนื่องจากหลายคนไม่ได้จัดโต๊ะทำงานให้เหมาะสมกับสรีระ ใช้ Laptop บนโซฟาหรือเตียง และนั่งทำงานต่อเนื่องนานกว่าปกติ จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดและกำเริบของอาการได้

บทความที่เกี่ยวข้อง