092-275-5090
English
ไทย

รักษาอาการปวดหลังส่วนล่างด้วยกายภาพบำบัด

รักษาอาการปวดหลังส่วนล่างด้วยกายภาพบำบัด

อาการปวดหลังคืออะไร ?

กลุ่มอาการปวดหลัง คือ กลุ่มอาการที่มีอาการปวด ตั้งแต่บริเวณชายโครงด้านหลังลงไปจนถึงอาการปวดหลังช่วงล่าง ซึ่งอาจมีลักษณะปวดเมื่อยหรือปวดแหลมขึ้นมาและหายไปในระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์ แต่ถ้ามีอาการปวดหลังเรื้อรังและปวดรุนแรง อาจส่งผลให้ไม่สามารถยืน เดิน และใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้ แม้กระทั่งการไอหรือจามก็ทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ จึงต้องทำการรักษาอาการปวดหลังอย่างเร่งด่วน

การรักษาอาการปวดหลัง จะแบ่งเป็น 2 กลุ่มอาการ คือ อาการปวดหลังในระยะเฉียบพลัน ที่เกิดขึ้นได้จากการที่อยู่ในลักษณะท่าทางที่ไม่ถูกต้อง เช่น การก้มหลังเพื่อยกของหนัก ส่วนใหญ่แล้วจะอาการดีขึ้นหลังจากเข้ารับการรักษาอาการปวดหลัง 2-3 วัน แต่หากว่าอาการปวดหลังนั้นไม่หายไป และเป็นอาการปวดเรื้อรังนานเกิน 3 เดือน และไม่มีแนวโน้มว่าจะดีขึ้นแพทย์จะวินิจฉัยเข้าสู่กลุ่มอาการปวดหลังแบบเรื้อรัง โดยการรักษาอาการปวดหลังเรื้อรังจะมีตั้งแต่การกินยา ประคบร้อนเย็น และการทำกายภาพบำบัดเพื่อรักษาอาการปวดหลังเรื้อรังร่วมด้วย

อาการปวดหลังที่พบบ่อยมักเกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ข้อต่อ หรือหมอนรองกระดูก พบมากในบุคคลที่อายุประมาณ 30-50 ปี ขึ้นอยู่กับลักษณะโครงสร้างของร่างกายและกิจกรรมต่างๆ ที่ทำในชีวิตประจำวัน กล่าวคือ เมื่ออายุเพิ่มขึ้นสารน้ำระหว่างข้อต่อกระดูกสันหลังที่ใช้ในการดูดซับแรงนั้นเสื่อมสภาพลงไป ทำให้เกิดความเสี่ยงต่ออาการปวดหลังทั้งแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรังตามไปด้วย

การรักษาอาการปวดหลังด้วยกายภาพบำบัด ทั้งการรักษาอาการปวดหลังเรื้อรังและแบบเฉียบพลัน จะเป็นการช่วยเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อหลัง และการจัดท่าทางที่ถูกต้องอย่างถูกวิธี จึงสามารถรักษาอาการปวดหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาอาการปวดหลังล่างหรือส่วนอื่นๆ ก็ตาม

กิจกรรมหรือการกระทำต่อไปนี้คือต้นเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการปวดหลังช่วงล่าง
ยกของหนัก
กีฬาที่มีการปะทะ
กิจกรรมยามว่าง
ท่าทางที่ไม่เหมาะสม
บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา
บาดเจ็บจากการท่าทางซ้ำ ๆ

สาเหตุและอาการปวดที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน

  1. กล้ามเนื้ออักเสบ – จากการยกของหนักหรือมีกิจกรรมที่ใช้แรงอย่างมาก
  2. ลักษณะท่าทางในชีวิตประจำวัน – การนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือการอยู่ในท่าทางที่ไม่ถูกต้อง ขณะทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ
  3. การหิ้ว/สะพายกระเป๋าเป็นเวลานาน – โดยการหิ้วกระเป๋าอย่างหนัก หรือการสะพายกระเป๋าบริเวณไหล่ด้านเดียว จะทำให้เกิดความไม่สมดุลของร่างกาย
  4. การออกกำลังกาย – กีฬาที่มีการเคลื่อนไหวในท่าทางเดิมซ้ำๆ (เช่น วิ่ง, ฟุตบอล, บาสเกตบอล) มีการบิดหมุนลำตัวขณะเล่น (เช่น กอล์ฟ, แบดมินตัน, เทนนิส) หรือการใช้น้ำหนักที่มาก (เช่น การยกน้ำหนัก)
  5. ลักษณะโครงสร้างร่างกายของแต่ละบุคคล – การนั่งในท่าทางที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลทำให้เกิดอาการเจ็บปวดเรื้อรังที่จะเป็นปัญหาในระยะต่อมา
  6. การขาดการออกกำลังกายเสริมสร้างกล้ามเนื้อ – เมื่อกล้ามเนื้อถูกใช้งานอย่างหนักและต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน แต่เราละเลยการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกำลังกล้ามเนื้อให้เตรียมพร้อมในการใช้งาน

สาเหตุของอาการปวดหลังที่เกิดขึ้นตามหลักวิทยาศาสตร์

  1. Herniated nucleus pulposus เป็นส่วนหนึ่งของหมอนรองกระดูกสันหลัง อยู่ตรงกลางระหว่างกระดูกสันหลัง 2 ข้อต่อ มีลักษณะนุ่มเพื่อใช้ในการดูดซับแรงขณะที่บริเวณหลังมีการเคลื่อนไหว เมื่อส่วนนี้เปราะบางและบาดเจ็บจะส่งผลทำให้เกิดอาการเจ็บปวดที่หลังตามมา
  2. Spondylosis เป็นกลุ่มอาการกระดูกสันหลังเสื่อม ส่งผลให้เกิดหินปูนขึ้นบริเวณกระดูกดังกล่าว โดยหินปูนไปกดทับบริเวณหมอนรองกระดูกสันหลังและเส้นประสาทที่อยู่บริเวณนั้น ทำให้มีอาการปวดหลังช่วงล่างและการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลังที่ผิดปกติ
  3. Ankylosing spondylitis เป็นอาการอักเสบของข้อต่อกระดูกสันหลัง
  4. Piriformis Syndrome เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากกล้ามเนื้อ Piriformis ซึ่งอยู่บริเวณก้นมีอาการเกร็งตัว และไปรบกวนเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงบริเวณขาจึงทำให้เกิดอาการปวด และอาจส่งผลทำให้เกิดอาการปวดหรือชาร้าวไปทั้งบริเวณหลังถึงเท้าได้

เส้นทางสู่การฟื้นฟู
แนวทางการรักษา “4 Step Process” นั้นได้ถูกคิดค้นขึ้นมาจากทีมนักกายภาพบำบัดเฉพาะทางของ BPC เพื่อที่จะช่วยให้คนไข้ได้รับการรักษาและฟื้นฟูได้อย่างมีมาตราฐานสูงสุด

Road To Recovery
REDUCE เจ็บ

ขั้นตอนแรกของการรักษาคือการทำให้อาการปวดที่ส่งผลต่อการทำงานลดลงและหายไป โดยเราจะใช้เครื่องมือที่ทันสมัยอันได้แก่ เครื่องอัลตราซาวด์ เครื่องเลเซอร์กำลังสูงและเครื่องให้การรักษาด้วยคลื่นกระแทก ในการช่วยการลดปวดที่ประสบปัญหาอยู่

RELAX กล้าม

ต่อมาการให้การรักษาโดยนักกายภาพ คือ การใช้ manual technique ในบริเวณกล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อต่างๆที่มีปัญหา เพื่อเป็นการผ่อนคลายส่งผลทำให้การเคลื่อนไหวของร่างกายบริเวณที่มีปัญหาดีขึ้น

RANGE ขึ้น

จากนั้นเมื่อกล้ามเนื้อเกิดความยืดหยุ่นและการผ่อนคลายดีขึ้นแล้ว นักกายภาพจะใช้เทคนิคการรักษาเพื่อคงระยะการเคลื่อนไหวของบริเวณดังกล่าวให้อยู่ในภาวะสมดุล และส่งเสริมกำลังกล้ามเนื้อในบริเวณนั้นให้แข็งแรงพร้อมการใช้งานต่อไป

RECOVERY

ท้ายที่สุดเพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างสมบูรณ์ นักกายภาพบำบัดจะออกแบบ การออกกำลังกายและปรับท่าทางที่เหมาะสมตามแต่ละบุคคลเพื่อเป็นการยืนยันว่าอาการปวดดังกล่าวจะไม่กลับมาอีก และพร้อมที่จะกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติและดีขึ้นกว่าเดิม

ให้เราดูแลคุณ

ไม่ว่าคุณจะมีอาการบาดเจ็บหรือต้องการมีสุขภาพที่ดีขึ้น
เรามี สถานที่ ที่ดีที่สุด ในการช่วยเหลือคุณ